URL
ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต หรือ โปรแกรมชี้แหล่งทรัพยากรสากล Uniform Resource Locator, Universal Resource Locator) เรียกโดยย่อว่า ยูอาร์แอล URLคือตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับระบุแหล่งที่อยู่ของทรัพยากรที่ต้องการ และมีกลไกบางอย่างสำหรับดึงข้อมูลทรัพยากรนั้นมา ในการใช้ในเอกสารทางเทคนิคและการอภิปรายทั่วไป มักจะใช้ยูอาร์แอลแทนความหมายที่คล้ายกับยูอาร์ไอ ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่ถูกต้องและอาจทำให้เกิดความสับสน ในภาษาพูดทั่วไป ยูอาร์แอลอาจหมายถึง ที่อยู่บนเว็บ หรือ ที่อยู่อินเทอร์เน็ต ก็ได้ ซึ่งปกติแล้วเรามักพิมพ์ยูอาร์แอลในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์เพื่อเรียกข้อมูลจากเว็บไซต์
Ping
Ping คือโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือเกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ใช้ทดสอบว่าโฮสต์ปลายทางได้เชื่อมต่อกับระบบไอพีอยู่หรือไม่ โปรแกรม Ping ทำงานโดยการส่งข้อมูล ICMP ประเภท "echo request" ไปยังโฮสต์เป้าหมาย และรอคอยการตอบรับเป็นข้อมูล "echo response" กลับมา (บางครั้งก็เรียกว่า "Ping Pong" คล้ายกับกีฬาเทเบิลเทนนิส) โปรแกรม Ping สามารถประมาณเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยของข้อมูลไปกลับ โดยคำนวณจากช่วงเวลาและอัตราเร็วในการตอบรับ เป็นหน่วยมิลลิวินาที และอัตราการสูญเสียข้อมูลระหว่างโฮสต์เป็นเปอร์เซ็นต์
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ระบบการสือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1. ให้หาความหมายของคำว่า การสือสารข้อมูล
-จากหนังสือ การสือสารข้อมูลและระบบเครือข่าย (Data Communicatton and Network) ผู้เเต่ง
สุรชาติ พงศ์สุธนะ , เศรษฐชัย ชัยสนิท
สรุปว่า การสือสารข้อมูลคือ กระบวนการถ่ายทอดหรือนำส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งผ่านสื่อกลาง โดยไม่คำนึงถึงลักษณะทางกายภาพซึ่งข้อมูลอาจเป็นข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ หรืออื่นๆ ที่ต้องการถ่ายทอดไปยังปลายทางและการสื่อสารข้อมูลที่มักจะกล่าวถึงในทางคอมพิวเตอร์นั้น จะเกิดขึ้นจากการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งเเต่ สองเครื่องขึ้นไป
-จากหนังสือ การสือสารข้อมูลเเละเครือข่าย ผู้เเต่งอวิทยาบุญสุข
สรุปว่า การสื่อสารข้อูลคือ การสือข้อมูลข่าวสารจากจุดๆหนึ่งซึ่งเรียกว่า จุดเริ่มต้นหรือจุดส่งสัญญานไปยังจุดปลายทางหรือจุดรับข่าวสารโดยอาศัยตัวกลางหรือพาหนะนำสัญญาณ
-จากหนังสือ เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (Computer Networks and Communications) ผู้แต่ง โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์
สรุปว่าการสื่อสาร คือ การแลกเปลี่ยนระหว่างอุปกรณ์ ผ่านตัวกลางการสื่อสาร (Transmission Media)
ดังนั้น การสื่อสารข้อมูลจึงมีความหมายได้ดังนี้
เป็นการน้ำข้อมูลจากจุดจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่งโดยการผ่านสื่อกลาง หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์ผ่านสื่อกลาง
2.ให้หาความหมายของคำว่า เครือข่ายคอมพิวเตอร์
-จาหนังสือ การสื่อสารข้อมูลและระบบเครื่อข่าย (Data Communication And Networks) ผู้แต่ง
สุรชาติ พงษ์สุธนะ เศรฐษชัย ชัยสนิท
สรุปว่า ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์คือ ระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networks) หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าระบบเครื่อข่าย (Networks) ระบบที่นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่ละเครื่องมาต่อเชื่อมกัน โดยกลวิธิทางระบบคอมพิวเตอร์นั้นเอง
-จากหนังสือ การสื่อสารข้อมูลและเครื่อยข่าย ผู้แต่ง วิทยา บุญสุข
สรุปว่า ระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์คือ การนำเครื่อวคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อและเปลี่ยนข่าวสารถ่านโอนข้อมูลซึ่งกันและกัน ตลอดจนแชร์ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน
-จากหนังสือ เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ผู้แต่ง โอภาส เอี่ยมศิริวงศ์
สรุปว่า เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์คือ การนำกลุ่มของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ มาเชื่อมต่อกันเป็นเครื่อข่าย โดยจะมีตัวกลางในการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้
ดังนั้น เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์จึงมีความหมายได้ดังนี้
เป็นการนำคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาเชื่อมต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน
3. องค์ประกอบของการสื่อสารมีอะไรบ้าง
มีองค์ประกอบ 5 อย่างดังนี้
1. ข้อมูล / ข่าวสาร (Message)
ข้อมูลหรือสารสนเทศต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสาร โดยข่าวสารจะประกอบด้วย ข้อความ ตัวเลข หรือรูปภาพ
2.ผู้ส่งข้อมูล (Sender /Source)
ผู้ส่งข้อมุลคือ อุปรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข่าวสาร
3.ผู้รับข้อมูล (Receiver / Destination)
ผู้รับข้อมูลคือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรับข้อมูลข่าวสารที่ทางผู้ส่งข้อมูลส่งมาให้
4.ตัวกลางในการส่งข้อมูล (Transmission Medium)
เส้นทางที่ทำให้สามารถนำข้อมูลที่รับส่งกันนั้นเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างกันได้
5.โปรโตคอล (Protocol)
กฏเกณฑ์ ระเบียบ หรือข้อบังคับปฏิบัติต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อเป็นข้อตกลงในการสื่อสาร
4. โปรโตคอล (Potocol) คือ
ชุดของกฎกติกาในรูปแบบของซอฟแวร์ที่ใช้ควบคุมดูเเลการทำงานเพื่อเเลกเปลี่ยนข้อมูลข้าสารและสภานะระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครื่อข่ายข่างทางสายสัญญานที่เชื่อมต่อกันโดยตรง หรือผ่านทางเครือข่ายโปรโตคอลซึ่งอยู่ในทุกแห่งหนที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือเครื่อข่ายโปรโตคอลอาจอยุ่อย่างเปิดเผยตัวให้เห็นอย่างชัดเจน
5. TOPOLOGY คืออะไร
รูปแบบการเชื่อมต่อเครื่อข่ายหรือมักเรียกสั้นๆว่า โทโพโลยี เป็นลักษณะทั่วไปที่กล่าวถึงการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทางกายภาพว่ามีรูปแบบหน้าตาอย่างไร เพื่อให้สามารถสือสารร่วมกันได้และด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายท้องถิ่นจะมีรูปแบบของโทโพโลยีหลายแบบด้วยกัน
นิยมใช้บนเครือข่ายท้องถิ่นอยู่ 3 ชนิด คือ
- โทโพโลยีแบบบัส
- โทโพโลยีแบบดาว
- โทโพโลยีแบบแหวน
-จากหนังสือ การสือสารข้อมูลและระบบเครือข่าย (Data Communicatton and Network) ผู้เเต่ง
สุรชาติ พงศ์สุธนะ , เศรษฐชัย ชัยสนิท
สรุปว่า การสือสารข้อมูลคือ กระบวนการถ่ายทอดหรือนำส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งผ่านสื่อกลาง โดยไม่คำนึงถึงลักษณะทางกายภาพซึ่งข้อมูลอาจเป็นข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ หรืออื่นๆ ที่ต้องการถ่ายทอดไปยังปลายทางและการสื่อสารข้อมูลที่มักจะกล่าวถึงในทางคอมพิวเตอร์นั้น จะเกิดขึ้นจากการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งเเต่ สองเครื่องขึ้นไป
-จากหนังสือ การสือสารข้อมูลเเละเครือข่าย ผู้เเต่งอวิทยาบุญสุข
สรุปว่า การสื่อสารข้อูลคือ การสือข้อมูลข่าวสารจากจุดๆหนึ่งซึ่งเรียกว่า จุดเริ่มต้นหรือจุดส่งสัญญานไปยังจุดปลายทางหรือจุดรับข่าวสารโดยอาศัยตัวกลางหรือพาหนะนำสัญญาณ
-จากหนังสือ เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (Computer Networks and Communications) ผู้แต่ง โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์
สรุปว่าการสื่อสาร คือ การแลกเปลี่ยนระหว่างอุปกรณ์ ผ่านตัวกลางการสื่อสาร (Transmission Media)
ดังนั้น การสื่อสารข้อมูลจึงมีความหมายได้ดังนี้
เป็นการน้ำข้อมูลจากจุดจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่งโดยการผ่านสื่อกลาง หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์ผ่านสื่อกลาง
2.ให้หาความหมายของคำว่า เครือข่ายคอมพิวเตอร์
-จาหนังสือ การสื่อสารข้อมูลและระบบเครื่อข่าย (Data Communication And Networks) ผู้แต่ง
สุรชาติ พงษ์สุธนะ เศรฐษชัย ชัยสนิท
สรุปว่า ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์คือ ระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networks) หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าระบบเครื่อข่าย (Networks) ระบบที่นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่ละเครื่องมาต่อเชื่อมกัน โดยกลวิธิทางระบบคอมพิวเตอร์นั้นเอง
-จากหนังสือ การสื่อสารข้อมูลและเครื่อยข่าย ผู้แต่ง วิทยา บุญสุข
สรุปว่า ระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์คือ การนำเครื่อวคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อและเปลี่ยนข่าวสารถ่านโอนข้อมูลซึ่งกันและกัน ตลอดจนแชร์ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน
-จากหนังสือ เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ผู้แต่ง โอภาส เอี่ยมศิริวงศ์
สรุปว่า เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์คือ การนำกลุ่มของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ มาเชื่อมต่อกันเป็นเครื่อข่าย โดยจะมีตัวกลางในการสื่อสารเพื่อรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้
ดังนั้น เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์จึงมีความหมายได้ดังนี้
เป็นการนำคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาเชื่อมต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน
3. องค์ประกอบของการสื่อสารมีอะไรบ้าง
มีองค์ประกอบ 5 อย่างดังนี้
1. ข้อมูล / ข่าวสาร (Message)
ข้อมูลหรือสารสนเทศต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสาร โดยข่าวสารจะประกอบด้วย ข้อความ ตัวเลข หรือรูปภาพ
2.ผู้ส่งข้อมูล (Sender /Source)
ผู้ส่งข้อมุลคือ อุปรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข่าวสาร
3.ผู้รับข้อมูล (Receiver / Destination)
ผู้รับข้อมูลคือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรับข้อมูลข่าวสารที่ทางผู้ส่งข้อมูลส่งมาให้
4.ตัวกลางในการส่งข้อมูล (Transmission Medium)
เส้นทางที่ทำให้สามารถนำข้อมูลที่รับส่งกันนั้นเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างกันได้
5.โปรโตคอล (Protocol)
กฏเกณฑ์ ระเบียบ หรือข้อบังคับปฏิบัติต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อเป็นข้อตกลงในการสื่อสาร
4. โปรโตคอล (Potocol) คือ
ชุดของกฎกติกาในรูปแบบของซอฟแวร์ที่ใช้ควบคุมดูเเลการทำงานเพื่อเเลกเปลี่ยนข้อมูลข้าสารและสภานะระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครื่อข่ายข่างทางสายสัญญานที่เชื่อมต่อกันโดยตรง หรือผ่านทางเครือข่ายโปรโตคอลซึ่งอยู่ในทุกแห่งหนที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือเครื่อข่ายโปรโตคอลอาจอยุ่อย่างเปิดเผยตัวให้เห็นอย่างชัดเจน
5. TOPOLOGY คืออะไร
รูปแบบการเชื่อมต่อเครื่อข่ายหรือมักเรียกสั้นๆว่า โทโพโลยี เป็นลักษณะทั่วไปที่กล่าวถึงการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทางกายภาพว่ามีรูปแบบหน้าตาอย่างไร เพื่อให้สามารถสือสารร่วมกันได้และด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายท้องถิ่นจะมีรูปแบบของโทโพโลยีหลายแบบด้วยกัน
นิยมใช้บนเครือข่ายท้องถิ่นอยู่ 3 ชนิด คือ
- โทโพโลยีแบบบัส
- โทโพโลยีแบบดาว
- โทโพโลยีแบบแหวน
วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สรุป Networking Animations
1.)No Network สรุปคือ แสดงถึงความยุ่งยากของคอมพิวเตอร์และทำให้เสียเวลามากในการรับส่งข้อมูล
2.)Hubสรุปคือ เป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจาก 1 เครื่องเชื่อมไปยังหลาย ๆ เครื่องเป็นตัวจ่ายความเร็วไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เท่าๆกัน
3.)Switch สรุปคือ เป็ฯจุดรวมสายสัญญาณที่ต่อออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยจะรีพอสเชื่อมต่อเครื่องอื่นๆในเครื่อข่าย
4.)Switched Network With No Serverสรุปคือ เป็นการเคลื่อนไหวของเครื่องคอมพิวเตอร์เเละเครื่องพิมพ์ในเครื่อข่าย
5.)Switched Network With Server สรุปคือ ประโยช์ของเครื่องเซอร์เวอร์คือผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลจากเครื่องคอมเครื่อข่าย
6.)Adding Switches สรุปคือ เ้ป็นการเปลี่ยนเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
7.)The Address Resolution Protocol (ARP)เป็นโปรโตคอลสำหรับการจับคู่ (map) ระหว่าง Internet Protocol address (IP address) กับตำแหน่งของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เช่น IP เวอร์ชัน 4 ใช้การระบุตำแหน่งขนาด 32 บิต ใน Ethernet ของระบบใช้การระบุ ตำแหน่ง 48 บิต
8.)ARP with Multiple Networks สรุปคือ หาก ARP ไม่ได้อยู่ด้วยกัน อะเร้าเตอร์จะเป็นตัวแปลงข้อมูลให้อยู่กลุ่มเดียวกัน
9.)Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) เป็นโพรโทคอลที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบแม่ข่าย-ลูกข่าย โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายจะทำการร้องขอข้อมูลที่จำเป็น ในการเข้าร่วมเครือข่ายจากแม่ข่าย
10.)Routing and Forwarding สรุปคือ เป็นการส่งข้อมูลต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านเร้าเตอร์เพื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเรื่องหนึ่ง
11.)IP Subnetsการแบ่ง IP ตัวที่แบ่ง IP address ที่ได้มาให้เป็นกลุ่มย่อย ช่วยในการแยกแยะว่าส่วนใดภายในหมายเลข IP Address เป็น Network Address
12.)TCP Connections สรุปคือ เป็นโปรโตคอลการขนส่งเชื่อมต่อ
13.)TCP Multiplexing สรุปคือ ระบบ TCP multiplexing ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฟาร์มเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือบริการอินเทอร์เน็ต โดยทำหน้าที่เป็นต่อบางช่อง (หรือ) proxy ต่อเซิร์ฟเวอร์แคชและเครือข่ายการจัดส่งเนื้อหา.
14.)TCP Buffering and Sequencing สรุปคือ TCP จะใช้บัฟเฟอร์สำหรับการส่งและการรับข้อมูลของการเชื่อมต่อแต่ละ บัฟเฟอร์ ผู้ส่งจะต้องไบต์ข้อมูลที่ส่งไปแต่ไม่ยอมรับกันชนจะต้องถือไบต์ข้อมูลที่ยังไม่ได้อ่านโดยการสมัครรับเป็นไบต์ข้อมูลที่ถึงตาย
15.)User Datagram Protocol (UDP) สรุปคือ เป็นโปรโตคอลหลักในชุดโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต การส่งข้อมูลผ่าน UDP นั้น คอมพิวเตอร์จะส่งข้อมูลขนาดเล็กที่เรียกว่า เดต้าแกรม (datagram) ผ่านเครือข่ายไปยังเครื่องปลายทาง โดย UDP จะไม่รับประกันความน่าเชื่อถือและลำดับของเดต้าแกรม อย่างที่ TCP รับประกัน
16.)IP Fragmentation สรุปคือ จะแยกส่วนเป็นส่วนเล็กๆในเราเตอร์ ถ้าจะส่งผ่านทางเครือข่ายที่มี MTU
17.)Switch Congestion สรุปคือ ภาพเคลื่อนไหวอธิบายขั้นตอนตามเปลี่ยนเมื่อ overflowed กับแพ็คเก็ต
18.)TCP Flow Control สรุปคือ การ รัับและส่งไปประยุกต์เป็นกระแสไบต์ จำนวนไบต์ในส่วน TCP จะไม่กำหนดโดยขอบเขตบ จำนวนข้อมูล
19.)Internet Access สรุปคือ เครื่อข่ายไม่ อนุญาต ให้ ผู้ ใช้ เข้าถึง อินเทอร์เน็ต เรา เตอร์ นอกจาก จะ ใช้ เพื่อ เชื่อม ต่อ เครือ ข่าย ไป ยัง ISP
20.) Email Protocols (โปรโตคอล Email) สรุปคือ เนื่องจากบริการรับ-ส่ง E-mail ผู้ใช้มีความต้องการที่หลากหลาย แตกต่างกัน รูปแบบการทำงานของบริการรับ-ส่ง E-mail ซึ่งเป็น ข้อกำหนดหรือโปรโตคอล ของการรับ-ส่ง Email จึงมีเพิ่มขึ้น
21.) Wireless Network and Multiple Access with Collision Avoidance(เครือข่ายไร้สายแบบหลาย Access กับการหลีกเลี่ยงการชน )สรุปคือ การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ส่งและรับ RTS และ CTS จะแจ้งสถานีใกล้เคียงที่กำลังเริ่มส่งข้อมูลระยะเวลาใน RTS / CTS เฟรมใช้ในการกำหนดเวกเตอร์การจัดสรรเครือข่าย (NAV) ในสถานีทั้งหมดที่อยู่ในช่วงรับของ RTS / เฟรม CTS
22.) Virtual Private Network (VPN)เครือข่ายเสมือนส่วนตัว ที่ทำงานโดยใช้ โครงสร้างของ เครือข่ายสาธารณะ หรืออาจจะวิ่งบน เครือข่ายไอพีก็ได้ แต่ยังสามารถ คงความเป็นเครือข่ายเฉพาะ ขององค์กรได้ ด้วยการ เข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูล มีความปลอดภัยมากขึ้น
23.) Public Key Encryption สรุปคือ การเข้ารหัสแปลงข้อความโดยใช้กุญแจลับเพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกสามารถดัดแปลงข้อมูลได้ถ้าไม่มีกุญแจลับ การเข้ารหัสคีย์สาธารณะจะใช้คีย์คู่สำหรับการเข้ารหัสและถอดรหัสที่แตกต่างกัน ผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นเจ้าของ
24.) Firewalls (ไฟร์วอลล์)สรุปคือ เป็นการป้องกันไวรัส เข้าสู่คอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนกับเป็นกำเเพงกั้นระหว่างเครื่องคอมเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
25.) Stop-and-Wait ARQ (หยุด-และ-รอ ARQ)สรุปคือ เป็นเทคนิคการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผู้ส่งส่งบล็อกของข้อมูลแล้วรอให้แจ้งก่อนส่งบล็อกถัดไป.
26.) Go-Back-N ARQ สรุปคือ ขั้นตอนการกู้คืนความผิดพลาดที่ดำเนินการในบาง โปรโตคอลสื่อสาร ให้ ความเชื่อถือ เป็น. Go-Back-N ARQ
27.)Selective Repeat ARQ สรุปคือ ทำซ้ำ ARQ เลือกเป็นตัวอย่างเฉพาะของซ้ำอัตโนมัติแบบคำขอ (ARQ) Protocol ซึ่งในขั้นตอนการส่งต่อไปส่งจำนวนเฟรมที่กำหนดโดยขนาดของหน้าต่างได้หลังจากการสูญเสียเฟรม
28.)The OSI model สรุปคือ Open Systems Interconnection (OSI) สรุปคือ OSI Model หรือ OSI Reference Model หรือชื่อเต็มว่า Open Systems Interconnection Basic Reference Model เป็นมาตรฐานการอธิบายการติดต่อสื่อสารและโพรโทคอลของระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรที่ชื่อว่า International Organization for Standardization (ISO)
29.) Peer-to-peer (P2P) Computer Network สรุปคือ ลูกค้าในเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์แตกต่างจากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ P2P ทุก peers เท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละหน้าที่พร้อมกันเป็นทั้งลูกค้าและเซิร์ฟเวอร์ ลักษณะการกระจายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ P2P
30.) Ad-Hoc Network สรุปคือ Ad-Hoc Network แตกต่างจากเครือข่ายไร้สายบริหาร Ad-Hoc Network เป็นเครือข่ายไร้สายที่ไม่ต้องการจุดเชื่อมในการจัดการการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ของ คอมพิวเตอร์แต่ละใน Ad-Hoc Network สามารถส่งข้อมูลระหว่างคู่อื่นๆคอมพิวเตอร์ (คือสามารถกระทำ เช่น เราเตอร์) คอมพิวเตอร์ที่สามารถเข้าร่วมและออกจากการ Ad-Hoc Network แบบไดนามิก ดังนั้นเส้นทางในการส่งข้อมูลจากผู้ส่งที่จะรับพิจารณาตามการเชื่อมต่อเครือข่าย
2.)Hubสรุปคือ เป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจาก 1 เครื่องเชื่อมไปยังหลาย ๆ เครื่องเป็นตัวจ่ายความเร็วไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เท่าๆกัน
3.)Switch สรุปคือ เป็ฯจุดรวมสายสัญญาณที่ต่อออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยจะรีพอสเชื่อมต่อเครื่องอื่นๆในเครื่อข่าย
4.)Switched Network With No Serverสรุปคือ เป็นการเคลื่อนไหวของเครื่องคอมพิวเตอร์เเละเครื่องพิมพ์ในเครื่อข่าย
5.)Switched Network With Server สรุปคือ ประโยช์ของเครื่องเซอร์เวอร์คือผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลจากเครื่องคอมเครื่อข่าย
6.)Adding Switches สรุปคือ เ้ป็นการเปลี่ยนเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
7.)The Address Resolution Protocol (ARP)เป็นโปรโตคอลสำหรับการจับคู่ (map) ระหว่าง Internet Protocol address (IP address) กับตำแหน่งของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เช่น IP เวอร์ชัน 4 ใช้การระบุตำแหน่งขนาด 32 บิต ใน Ethernet ของระบบใช้การระบุ ตำแหน่ง 48 บิต
8.)ARP with Multiple Networks สรุปคือ หาก ARP ไม่ได้อยู่ด้วยกัน อะเร้าเตอร์จะเป็นตัวแปลงข้อมูลให้อยู่กลุ่มเดียวกัน
9.)Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) เป็นโพรโทคอลที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบแม่ข่าย-ลูกข่าย โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายจะทำการร้องขอข้อมูลที่จำเป็น ในการเข้าร่วมเครือข่ายจากแม่ข่าย
10.)Routing and Forwarding สรุปคือ เป็นการส่งข้อมูลต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านเร้าเตอร์เพื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเรื่องหนึ่ง
11.)IP Subnetsการแบ่ง IP ตัวที่แบ่ง IP address ที่ได้มาให้เป็นกลุ่มย่อย ช่วยในการแยกแยะว่าส่วนใดภายในหมายเลข IP Address เป็น Network Address
12.)TCP Connections สรุปคือ เป็นโปรโตคอลการขนส่งเชื่อมต่อ
13.)TCP Multiplexing สรุปคือ ระบบ TCP multiplexing ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฟาร์มเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือบริการอินเทอร์เน็ต โดยทำหน้าที่เป็นต่อบางช่อง (หรือ) proxy ต่อเซิร์ฟเวอร์แคชและเครือข่ายการจัดส่งเนื้อหา.
14.)TCP Buffering and Sequencing สรุปคือ TCP จะใช้บัฟเฟอร์สำหรับการส่งและการรับข้อมูลของการเชื่อมต่อแต่ละ บัฟเฟอร์ ผู้ส่งจะต้องไบต์ข้อมูลที่ส่งไปแต่ไม่ยอมรับกันชนจะต้องถือไบต์ข้อมูลที่ยังไม่ได้อ่านโดยการสมัครรับเป็นไบต์ข้อมูลที่ถึงตาย
15.)User Datagram Protocol (UDP) สรุปคือ เป็นโปรโตคอลหลักในชุดโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต การส่งข้อมูลผ่าน UDP นั้น คอมพิวเตอร์จะส่งข้อมูลขนาดเล็กที่เรียกว่า เดต้าแกรม (datagram) ผ่านเครือข่ายไปยังเครื่องปลายทาง โดย UDP จะไม่รับประกันความน่าเชื่อถือและลำดับของเดต้าแกรม อย่างที่ TCP รับประกัน
16.)IP Fragmentation สรุปคือ จะแยกส่วนเป็นส่วนเล็กๆในเราเตอร์ ถ้าจะส่งผ่านทางเครือข่ายที่มี MTU
17.)Switch Congestion สรุปคือ ภาพเคลื่อนไหวอธิบายขั้นตอนตามเปลี่ยนเมื่อ overflowed กับแพ็คเก็ต
18.)TCP Flow Control สรุปคือ การ รัับและส่งไปประยุกต์เป็นกระแสไบต์ จำนวนไบต์ในส่วน TCP จะไม่กำหนดโดยขอบเขตบ จำนวนข้อมูล
19.)Internet Access สรุปคือ เครื่อข่ายไม่ อนุญาต ให้ ผู้ ใช้ เข้าถึง อินเทอร์เน็ต เรา เตอร์ นอกจาก จะ ใช้ เพื่อ เชื่อม ต่อ เครือ ข่าย ไป ยัง ISP
20.) Email Protocols (โปรโตคอล Email) สรุปคือ เนื่องจากบริการรับ-ส่ง E-mail ผู้ใช้มีความต้องการที่หลากหลาย แตกต่างกัน รูปแบบการทำงานของบริการรับ-ส่ง E-mail ซึ่งเป็น ข้อกำหนดหรือโปรโตคอล ของการรับ-ส่ง Email จึงมีเพิ่มขึ้น
21.) Wireless Network and Multiple Access with Collision Avoidance(เครือข่ายไร้สายแบบหลาย Access กับการหลีกเลี่ยงการชน )สรุปคือ การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ส่งและรับ RTS และ CTS จะแจ้งสถานีใกล้เคียงที่กำลังเริ่มส่งข้อมูลระยะเวลาใน RTS / CTS เฟรมใช้ในการกำหนดเวกเตอร์การจัดสรรเครือข่าย (NAV) ในสถานีทั้งหมดที่อยู่ในช่วงรับของ RTS / เฟรม CTS
22.) Virtual Private Network (VPN)เครือข่ายเสมือนส่วนตัว ที่ทำงานโดยใช้ โครงสร้างของ เครือข่ายสาธารณะ หรืออาจจะวิ่งบน เครือข่ายไอพีก็ได้ แต่ยังสามารถ คงความเป็นเครือข่ายเฉพาะ ขององค์กรได้ ด้วยการ เข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูล มีความปลอดภัยมากขึ้น
23.) Public Key Encryption สรุปคือ การเข้ารหัสแปลงข้อความโดยใช้กุญแจลับเพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกสามารถดัดแปลงข้อมูลได้ถ้าไม่มีกุญแจลับ การเข้ารหัสคีย์สาธารณะจะใช้คีย์คู่สำหรับการเข้ารหัสและถอดรหัสที่แตกต่างกัน ผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นเจ้าของ
24.) Firewalls (ไฟร์วอลล์)สรุปคือ เป็นการป้องกันไวรัส เข้าสู่คอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนกับเป็นกำเเพงกั้นระหว่างเครื่องคอมเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
25.) Stop-and-Wait ARQ (หยุด-และ-รอ ARQ)สรุปคือ เป็นเทคนิคการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผู้ส่งส่งบล็อกของข้อมูลแล้วรอให้แจ้งก่อนส่งบล็อกถัดไป.
26.) Go-Back-N ARQ สรุปคือ ขั้นตอนการกู้คืนความผิดพลาดที่ดำเนินการในบาง โปรโตคอลสื่อสาร ให้ ความเชื่อถือ เป็น. Go-Back-N ARQ
27.)Selective Repeat ARQ สรุปคือ ทำซ้ำ ARQ เลือกเป็นตัวอย่างเฉพาะของซ้ำอัตโนมัติแบบคำขอ (ARQ) Protocol ซึ่งในขั้นตอนการส่งต่อไปส่งจำนวนเฟรมที่กำหนดโดยขนาดของหน้าต่างได้หลังจากการสูญเสียเฟรม
28.)The OSI model สรุปคือ Open Systems Interconnection (OSI) สรุปคือ OSI Model หรือ OSI Reference Model หรือชื่อเต็มว่า Open Systems Interconnection Basic Reference Model เป็นมาตรฐานการอธิบายการติดต่อสื่อสารและโพรโทคอลของระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรที่ชื่อว่า International Organization for Standardization (ISO)
29.) Peer-to-peer (P2P) Computer Network สรุปคือ ลูกค้าในเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์แตกต่างจากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ P2P ทุก peers เท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละหน้าที่พร้อมกันเป็นทั้งลูกค้าและเซิร์ฟเวอร์ ลักษณะการกระจายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ P2P
30.) Ad-Hoc Network สรุปคือ Ad-Hoc Network แตกต่างจากเครือข่ายไร้สายบริหาร Ad-Hoc Network เป็นเครือข่ายไร้สายที่ไม่ต้องการจุดเชื่อมในการจัดการการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ของ คอมพิวเตอร์แต่ละใน Ad-Hoc Network สามารถส่งข้อมูลระหว่างคู่อื่นๆคอมพิวเตอร์ (คือสามารถกระทำ เช่น เราเตอร์) คอมพิวเตอร์ที่สามารถเข้าร่วมและออกจากการ Ad-Hoc Network แบบไดนามิก ดังนั้นเส้นทางในการส่งข้อมูลจากผู้ส่งที่จะรับพิจารณาตามการเชื่อมต่อเครือข่าย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)